#SOLUTION
Plastics In Medicine บทบาทและความเกี่ยวข้องของพลาสติกในวงการแพทย์
25 พ.ค. 2020


ในสถานการณ์วิกฤตโรคระบาด COVID-19 ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้ เราจะเห็นได้ว่า พลาสติกเข้ามามีบทบาทในฐานะวัสดุประกอบที่มีความเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ทางการแพทย์มากมาย อย่างไรก็ดี ความเกี่ยวข้องกันระหว่างพลาสติกกับวงการแพทย์ใช่ว่าเพิ่งจะเกิดขึ้น ตรงกันข้าม พลาสติกกับวงการแพทย์นับว่ามีความเกี่ยวข้องกันมายาวนาน ซึ่งหากนับย้อนกลับไปก็เป็นเวลาราว 90 ปีแล้วนั่นเอง

 

 

ความเป็นมาของพลาสติกกับวงการแพทย์

 

พลาสติกเริ่มเข้ามามีบทบาทในวงการแพทย์ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1930 เป็นต้นมา โดยมีการนำโพลีเมอร์ที่เรียกว่า เซลลูลอยด์ (Celluloid) มาใช้งานกับไตเทียมเป็นครั้งแรก ซึ่งนับตั้งแต่นั้น พลาสติกก็ได้กลายเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดต่างๆ ไล่มาตั้งแต่อุปกรณ์การแพทย์ชิ้นใหญ่อย่างเครื่องตรวจร่างกายโดยสร้างภาพเสมือนจริง (Magnetic Resonance Imaging: MRI), บรรจุภัณฑ์ยาและสารเคมี, อุปกรณ์ทางการแพทย์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง, ท่อสวนต่างๆ เครื่องมือผ่าตัดแพทย์ เรื่องไปจนถึงหลอดยาขนาดเล็กจิ๋ว ฯลฯ

 

 

จุดแข็งของพลาสติกที่ทำให้วงการแพทย์ไว้วางใจ

 

ด้วยลักษณะเด่นของพลาสติก คือ มีน้ำหนักเบา ทำให้พลาสติกถูกนำไปใช้ผลิตเป็นเครื่องมือทางการแพทย์หลายชนิด นอกจากนี้ การที่พลาสติกมีความเหนียวและทนทาน สามารถป้องกันการซึมผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถม (พลาสติกบางชนิด) ยังสามารถทนความร้อนและสารเคมีได้ รวมถึงกระบวนการฆ่าเชื้อแบบต่างๆ โดยไม่ก่อให้เกิดการกัดกร่อน แม้จะถูกนำไปฆ่าเชื้อด้วยความร้อนหลายครั้งอีกต่างหาก เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีส่วนสำคัญที่ทำให้วงการแพทย์ยังต้องการใช้งานพลาสติกต่อไปทั้งสิ้น

 

ไม่เพียงเท่านั้น พลาสติกยังมีประสิทธิภาพในการเข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อและเลือดในร่างกาย จึงปลอดภัยมากกว่าวัสดุชนิดอื่นๆ ขณะเดียวกัน ความโปร่งใสของพลาสติกเองก็ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แพทย์มองเห็นได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในห้องผ่าตัดเช่นเดียวกัน 

 

นอกเหนือไปจากเรื่องที่กล่าวมานั้น พลาสติกก็ถือได้ว่ามีต้นทุนในส่วนของราคาที่ไม่สูง เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุที่นำมาใช้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ แถมยังง่ายต่อการออกแบบและขึ้นรูป ทำให้ไม่ว่าจะผลิตเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่มีความซับซ้อนแค่ไหน ก็ไม่ใช่อุปสรรค

 

ที่สำคัญคือ พลาสติกไม่ได้แค่ช่วยทางโรงพยาบาลประหยัดต้นทุนค่าอุปกรณ์อยู่ฝ่ายเดียว ตัวผู้ป่วยเองก็ประหยัดต้นทุนในการรักษาและการเดินทางไปพบแพทย์ด้วย เนื่องจากปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีในการผลิตเครื่องมือแบบพกพาที่ใช้พลาสติก ซึ่งทำให้คนไข้สามารถใช้งานได้เอง เช่น หลอดฉีดยาสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน เป็นต้น

 

 

ประเภทพลาสติกที่นิยมใช้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์

 

แม้อุปกรณ์ทางการแพทย์จะทำมาจากพลาสติก ทว่าแต่ละอุปกรณ์ก็มีการใช้พลาสติกที่แตกต่างประเภทกันไป อย่างไรก็ดี พลาสติกที่นิยมใช้ในการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

 

 

1) พลาสติกที่ใช้งานทั่วไป (Commodity Plastics)

 

ถุงมือผ่าตัด, ถุงบรรจุเลือด, ท่อลำเลียงเลือด หรือกระเปาะชุดให้น้ำเกลือ ล้วนแล้วแต่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มพลาสติกที่ใช้งานทั่วไปทั้งสิ้น โดยทั้งหมดทำมาจาก Plasticized PVC หรือ Polyvinyl Chloride (PVC) ที่เติมสารพลาสติไซเซอร์เข้าไป ส่วน PVC อย่างเดียวนั้น จะมีคุณสมบัติเหนียวและแข็ง จึงนิยมนำไปทำขาเทียมและกรอบมือเทียม

 

สำหรับอุปกรณ์จำพวกที่คีบ, คีม, หลอดฉีดยา, ไหมเย็บ ไปจนถึงโครงสร้างลิ้นหัวใจเทียมนั้น เหล่านี้ล้วนทำมาจาก Polypropylene (PP) เนื่องจากมีคุณสมบัติแข็งแกร่ง ทนทานต่อการขีดข่วน และเป็นฉนวนไฟฟ้า ส่วนพลาสติก Polyethylene (PE) นิยมนำมาทำด้ามจับไม้เท้า เพราะมีความยืดหยุ่นและเหนียวที่อุณหภูมิต่ำ ที่สำคัญคือ ทนทานต่อสารเคมีด้วย

 

 

2) พลาสติกวิศวกรรม (Engineering Plastics)

 

พลาสติกชนิดนี้เป็นโพลิเมอร์สังเคราะห์หรือกึ่งสังเคราะห์ที่ผสมกับสารเติมต่างๆ เพื่อปรับคุณสมบัติของพลาสติกให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ ยกตัวอย่างเช่น Polycarbonate (PC) ที่มีความใส, เหนียว อีกทั้งยังทนความร้อนได้สูง จึงเหมาะที่จะถูกนำไปทำกระจกแว่นตา, ตัวเชื่อมต่อท่อ และเครื่องมือแพทย์ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการความใสเหมือนแก้ว

 

ส่วน Acrylonitrile Butadiene Styrene Copolymer (ABS) ที่ทั้งแข็งและเหนียว ทนแรงกระแทกและแรงเสียดสีได้ดี ทนความร้อนและสารเคมีดีเยี่ยมนั้น พลาสติกประเภทนี้มักจะถูกนำไปใช้เป็นถาดเครื่องมือแพทย์และด้ามจับอุปกรณ์ต่างๆ นั่นเอง

 

 

3) เทอร์โมพลาสติก อีลาสโตเมอร์ (Thermoplastic Elastomers)

 

เป็นโพลิเมอร์ที่มีลักษณะยืดหยุ่นเหมือนยาง เช่น Thermoplastic Polyurethane (TPU) ที่มีความเหนียว ทนต่อสารเคมี ทนต่อการขีดข่วน และต้านทานการฉีกขาดได้ดี จึงเหมาะแก่การนำไปผลิตสายสวน, ท่อแบบผนังบาง, ฟิล์มเคลือบ เรื่อยไปจนถึงที่จับอุปกรณ์ที่มีสัมผัสอ่อนนุ่ม

 

ขณะที่เทอร์โมพลาสติก อีลาสโตเมอร์ อีกชนิดอย่าง Thermoplastic Vulcanizate (TPV) ที่ขึ้นรูปได้ง่าย เพราะมีความยืดหยุ่นคล้ายยาง มักถูกนำไปใช้ผลิตเป็นที่สวมปลายเข็มฉีดยาและหลอดจ่ายสารละลาย (Peristaltic Tubes) ส่วนถุงบรรจุเลือดและบรรจุภัณฑ์ทางการแพทย์ต่างๆ นั้น ทำมาจาก Styrene-Butadiene Copolymer (SBC) เพราะทั้งเหนียว ใส และทนแรงกระแทกได้สูง

 

 

บทบาทของพลาสติกในวิกฤติ COVID-19

 

กับสถานการณ์วิกฤติโรคระบาด COVID-19 ที่กำลังดำเนินอยู่นี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บทบาทพลาสติกได้เข้ามามีส่วนในการป้องกันเชื้อไวรัสดังกล่าวและรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นอย่างมาก โดยพลาสติกนับเป็นวัสดุประกอบที่สำคัญในอุปกรณ์จำเป็นสำหรับวิกฤตการณ์นี้ ไม่ว่าจะเป็น

 

 

1) หน้ากากอนามัย

 

แม้ว่าหน้ากากอนามัยจะใช้ผ้าชนิดไม่ถักทอ 2-3 ชิ้นเป็นหลัก แต่ผ้าชนิดดังกล่าวล้วนแล้วมาจากการหลอมเม็ดพลาสติก ด้วยเครื่องหลอมอัดรีด แล้วขึ้นรูปเป็นเส้นใย จากนั้นจึงอัดพอลีเมอร์หลอมผ่านหัวฉีดเส้นใย เพื่อให้เป็นเส้นใยยาว และขึ้นรูปเป็นแผ่นนั่นเอง

 

ทั้งนี้ กรณียึดเส้นใยด้วยเทคนิคปักด้วยเข็มน้ำ จะเรียก Spunlace มีลักษณะอ่อนนิ่ม โค้งงอ คล้ายผ้าสำหรับแผ่นกรอง นิยมใช้ผ้าชนิด Meltblown Nonwoven มีเส้นใยจากเม็ดพลาสติกที่เล็กละเอียด

 

 

2) อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ N95

 

เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แผ่นกรองผลิตขึ้นจากพลาสติกประเภท Polytetrafluoroethylene (PTFE) ซึ่งให้ประสิทธิภาพในการกรองมากกว่า 95% ทำให้สามารถกรองฝุ่น PM 2.5 และเชื้อไวรัสได้

 

 

3) เสื้อกาวน์

 

เสื้อกาวน์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Disposable Gown) ผลิตจากเม็ดพลาสติกชนิด Polyethylene (PE) คุณภาพดี สามารถป้องกันการติดเชื้อ การปนเปื้อนสารคัดหลั่ง และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อจากผู้ป่วยสู่บุคลากรทางการแพทย์ ณ จุดคัดกรอง โดยมีการออกแบบตัดเย็บให้สวมใส่ง่าย ปลายแขนยาว น้ำหนักเบา ให้ความรู้สึกสบาย อีกทั้งช่วยให้มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน

กลับหน้าหลัก