#INTERVIEW
Make a Plastic for Change ในวันที่พลาสติกปรับตัวและเปลี่ยนแปลง
16 ส.ค. 2019


ความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ และไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะมาในรูปแบบที่ดีหรือร้าย สิ่งที่ผู้คนต้องทำ เพื่อสู้กับความเปลี่ยนแปลงให้ได้ก็คือ ‘การปรับตัว’ ซึ่งแม้แต่ผู้คนในวงการอุตสาหกรรมพลาสติกเองก็หนีไม่พ้นเช่นเดียวกัน

 

เชื่อหรือไม่ว่า ขณะที่พลาสติกกำลังถูกคนกว่าค่อนโลกมองในแง่ลบ แวดวงของการผลิตพลาสติกเอง ก็มีการปรับตัวอยู่ตลอด แถมการปรับตัวดังกล่าว ยังเป็นไปในทิศทางที่ดี เพราะล้วนแล้วแต่มีเป้าประสงค์เพื่อผลประโยชน์ที่จะทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นด้วย

 

ถ้าเช่นนั้นแล้ว พลาสติกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง? และหลักใหญ่ใจความอะไรคือสาระสำคัญของการปรับตัวของพลาสติก? หลายๆ สิ่งเหล่านี้จะถูกทำให้กระจ่างขึ้น ผ่านวิธีคิด มุมมอง และความจริงในหลายๆ ประเด็นจากคุณกิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายหน่วยงานพัฒนาการตลาดธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลาย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC นั่นเอง

 


 

ปัจจุบันพลาสติกถูกมองในฐานะผู้ร้ายที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่คลุกคลีอยู่กับวงการพลาสติก และเห็นการพัฒนาของนวัตกรรมจากพลาสติกมาตลอด คิดเห็นเรื่องนี้อย่างไรบ้าง?

 

“แนวคิดที่พูดกันว่าพลาสติกคือผู้ร้ายนั้น สำหรับผมมองในมุมตรงกันข้ามเลย ผมไม่คิดว่าพลาสติกคือผู้ร้าย กลับกันพลาสติกนั้น มีประโยชน์มาก เพียงแต่เราต้องปรับตัวให้เข้ากับพลาสติกด้วยวิธีที่ถูกต้อง พลาสติกถูกนำไปใช้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้มากมาย และตัวพลาสติกเองก็สามารถหมุนเวียนอยู่ในระบบ ทั้งในแง่กระบวนการผลิตและการบริโภคได้ พูดให้ชัดขึ้นก็คือ พลาสติกสามารถใช้ซ้ำ ใช้ได้นาน และนำกลับมาใช้ใหม่ได้”

 

ทิศทางของพลาสติกและผลิตภัณฑ์ที่มาจากพลาสติกในปัจจุบันตอบโจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างไร?

 

“เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ตอบโจทย์สิ่งแวดล้อมนั้น ตอนนี้ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจเคมีภัณฑ์ เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต ได้มีการพัฒนาวัตถุดิบทางการเกษตรมาผลิตเป็นพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ หรือที่เรียกกันว่า BioPlastic ขึ้น ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถเข้ามาทดแทนทรัพยากรเดิมที่มีอยู่อย่างจำกัด และนับเป็นพลาสติกใหม่ ที่จะเข้ามาดูแลและตอบโจทย์ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมด้วย”

 

แนวโน้มการตอบโจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อมของพลาสติกและผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากพลาสติกในอนาคตจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร? ในแวดวงของผู้ที่เกี่ยวข้องกับพลาสติกเอง มีการวางเป้าหมาย เพื่อกำหนดทิศทางเอาไว้หรือไม่?

 

“ผมคิดว่า ด้วยสถานการณ์การเติบโตของจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้น มันทำให้ความต้องการในการอุปโภคบริโภคสินค้าก็มีมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่สวนทางกับทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด ที่ถูกนำมาใช้และหมดไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นแล้ว เราจึงจำเป็นต้องรู้จักการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นในการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาทำให้เกิดดุลยภาพ เพื่อลดการเกิดของเสียและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด”

 

โดยส่วนตัวแล้ว อยากเห็นพลาสติกและผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากพลาสติกก้าวหน้าไปถึงจุดไหน?

 

“สำหรับผม พลาสติกถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อทดแทนวัสดุจากธรรมชาติ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน มันมีคุณสมบัติเด่นด้านความแข็งแรง ทนทาน และราคาที่เข้าถึงง่าย จึงช่วยสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากให้ทุกคนเข้าใจถึงการใช้พลาสติกอย่างถูกต้องมากกว่า จริงๆ ถ้าเรารู้จักและเข้าใจพลาสติกอย่างถ่องแท้ก็จะทราบว่า ตัวมันเองมีข้อดีมากมาย เช่น พลาสติกลดการตัดไม้ทำลายป่า พลาสติกสามารถขึ้นรูปได้หลากหลายและแข็งแรงกว่าวัสดุจากธรรมชาติ อีกทั้งยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือใช้ซ้ำได้อีกต่างหาก นอกจากนี้ ในหลายๆ แง่มุม มันก็ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น เช่น ด้านการแพทย์ ที่พลาสติกสามารถทำเป็นถุงทวารเทียมสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ เป็นต้น”

 

 

เรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ตอนนี้กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง จริงๆ แล้ว ความหมายของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คืออะไร?

 

“เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) นั้น คือเป็นวิธีการดำเนินธุรกิจแนวใหม่ ซึ่งคำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การเลือกใช้ทรัพยากร การออกแบบผลิตภัณฑ์ การผลิต การใช้ การจัดการของเสีย ไปจนถึงการนำกลับมาใช้ใหม่ โดยทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนหลักการการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และลดการเกิดของเสียให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะตอบโจทย์การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน”

 

เศรษฐกิจหมุน (Circular Economy) เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาพลาสติก เพื่อให้พลาสติกเป็นมากกว่าพลาสติกที่เคยเป็น และตอบโจทย์ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมอย่างไร?

 

“เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เป็นพื้นฐานของความยั่งยืน เพราะเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด และลดการเกิดของเสีย รวมไปถึงการนำผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการผลิตและบริโภคเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่อีกครั้ง หรือนำมาใช้ซ้ำ เพื่อลดผลกระทบที่ตามมาในด้านสิ่งแวดล้อม”

 

 

การนำเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาปรับใช้ให้เกิดเป็นรูปธรรมของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC มีอะไรบ้าง?

 

“สิ่งที่เป็นรูปธรรม คือ การที่เราได้เริ่มทำโครงการ Upcycling the Oceans Thailand โดยนำขยะพลาสติกจากในทะเลและชายฝั่งทะเลมารีไซเคิลและเพิ่มมูลค่าให้กับมัน โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บ การแปรรูป การออกแบบ ไปจนถึงการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสินค้าแฟชั่น เช่น เสื้อ, กระเป๋า, รองเท้า ฯลฯ ซึ่ง GC ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง และสอดคล้องกับกระแสการลดปัญหาขยะอย่างเป็นรูปธรรม”

 

นอกจากเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนแล้ว หนึ่งในสิ่งที่ขาดไปไม่ได้สำหรับการทำให้พลาสติกเป็นมากกว่าพลาสติกที่เคยเป็นและตอบโจทย์ในเรื่องสิ่งแวดล้อม ก็คือ ความคิดสร้างสรรค์มองในเรื่องการใช้ความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาต่อยอดเรื่องเหล่านี้อย่างไร?

 

“การใช้ความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ และสร้างไอเดียใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น รวมถึงใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหานั้น ทั้งหมดนี้ ผมคิดว่า มันต้องอาศัยทักษะและเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพื่อจะได้ตอบโจทย์ให้ตรงต่อความต้องการ โดยเฉพาะการออกแบบและพัฒนาให้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถเข้าถึงได้และง่ายต่อการใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น การเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิมจากเสื้อธรรมดา เปลี่ยนเป็นเสื้อที่ทำมาจากขวดพลาสติก เป็นต้น”

 

รูปธรรมที่ชัดเจนของพลาสติกและผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากพลาสติก ซึ่งผ่านกระบวนการความคิดสร้างสรรค์มีอะไรบ้าง?

 

“ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างมูลค่าให้กับเศษวัสดุ หรือก็คือการ upcycling ที่สามารถนำขยะพลาสติกมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ เช่น เสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้า ฯลฯ รวมถึงการพัฒนาพลาสติกจากขั้นพื้นฐานทั่วไปมาสู่การตอบโจทย์เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่าง ไบโอพลาสติก ที่ผลิตมาจากพืชผลทางการเกษตร ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในอนาคต ทั้งหมดนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นทางเลือกให้กับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ทั้งสิ้น”

 

 

ในฐานะที่บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เป็นตัวกลางการเชื่อมโยงให้เกิดนวัตกรรมพลาสติกใหม่ๆ อยู่เสมอ คำมั่นสัญญาของ GC ที่ถ่ายทอดออกไปสู่สังคม ในแง่ที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมพลาสติก เพื่อทำให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หรือ Better Living คืออะไร?

 

“ในฐานะที่ GC เป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมเคมีภัณฑ์แบบครบวงจร เป็นเคมีภัณฑ์ที่จะช่วยสร้างความสุขให้กับทุกๆ คน เราต้องการสร้างความรู้สึกของผู้คนต่อพลาสติกในแง่ที่ดี และกระตุ้นให้เกิดการใช้พลาสติกอย่างคุ้มค่า ด้วยการนำมาใช้ซ้ำ นำมารีไซเคิล และนำมาเพิ่มมูลค่าด้วยความคิดสร้างสรรค์ สิ่งเหล่านี้เราเชื่อว่า มันเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะนำไปสู่การมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” 

 

 

การปรับตัวของพลาสติกยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่เป็นผลลัพธ์ออกมา นอกจากการได้มาซึ่งนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์สำหรับการใช้ชีวิตแล้ว ยังช่วยเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่กำลังกลายเป็นประเด็นใหญ่อีกต่างหาก และด้วยการ Upcycling ขยะพลาสติก ประกอบกับการรับเอาวิธีคิดแบบ Circular Economy เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในชีวิต บางทีในอนาคตอันใกล้ เราอาจประหลาดใจก็ได้ว่า ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับพลาสติกอาจกลายเป็นโมเดลต้นแบบที่ทำไปสู่การแก้ปัญหาอื่นๆ ในอนาคตก็เป็นได้

กลับหน้าหลัก