#INTERVIEW
Upcycling Upstyling’s Challenge ฟังนักออกแบบกับความท้าทายต่อโครงการ Upcycling Upstyling
18 ก.พ. 2020


หลังมีการจับคู่กันระหว่างเหล่านักออกแบบมือพระกาฬกับผู้ประกอบการต่างๆ เป็นที่เรียบร้อย ความคิดเห็นของเหล่าดีไซเนอร์ กับโจทย์ที่พวกเขาต้องตีให้แตก เพื่อต่อยอดไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เป็นอย่างไรบ้าง? ไปอ่านความคิดเห็นของพวกเขาแต่ละคนกัน...

 

 

 - คุณกรกต อารมย์ดี จากแบรนด์ KORAKOT

 

“การ Upcycling ก็เหมือนกับการบูรณะวัสดุต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ผมทำงานหัตถกรรม มันก็มีลักษณะของการทำงานแบบนั้นอยู่แล้ว และลักษณะของการใช้พลาสติกก็คล้ายๆ กัน คือ ลักษณะพลาสติกที่เหลือใช้จากอุตสาหกรรม มันมีส่วนที่เหลืออยู่ สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ แต่กลับมาใช้ในลักษณะของงานหัตถกรรม โดยไม่ต้องผ่านขบวนการอุตสาหกรรม

 

ผมคิดว่า มันน่าจะทำให้ลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่ออกมาเอามาใช้ต่อได้ ประเด็นที่สำคัญคือ หัตถกรรมมันอยู่กับชาวบ้าน เราสามารถเอาลักษณะแบบนี้ไปให้ชาวบ้านเขาช่วยทำได้ โดยเปลี่ยนเส้นใยธรรมชาติให้เป็นเส้นใยพลาสติก

 

อย่างไรก็ตาม เรื่องการจับคู่กับผู้ประกอบการ ผมคิดว่าตัวเองน่าจะต้องมาดูเรื่องวัสดุก่อน แต่เบื้องต้น คำว่า Upcycling มันน่าจะเป็นเรื่องของการนำกลับมาใช้ใหม่ ผมคิดว่าน่าจะแทนวัสดุธรรมชาติด้วยการใช้วัสดุที่เป็นพลาสติกเหลือใช้หรือว่าเป็นขยะที่ไม่ได้ใช้แล้ว เอามาใช้ใหม่ ซึ่งจากมุมมอง ผมว่ามันน่าสนใจ

 

งานออกแบบมันมีส่วนทำให้ผู้บริโภคทำตามในสิ่งที่เราอยากให้เป็น ถ้าผมใช้วัสดุธรรมชาติ มันก็เรื่องหนึ่ง แต่ถ้าวัสดุเป็นพลาสติก มันก็ยิ่งทำให้การย่อยสลายช้าลงไปอีก ถึงอย่างนั้น เราจะเอาสิ่งเหล่านี้เข้ามาปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ใหม่ ให้ผู้บริโภคมีอิริยาบทกับผลิตภัณฑ์ใหม่

 

ส่วนเรื่องความท้าทายนั้น ผมคิดว่า มันก็เหมือนกับการเปลี่ยนจากการออกแบบงานของ OTOP มาเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่ ถ้าถามว่า ส่วนตัวหนักใจหรือไม่? ผมคิดว่า ผู้ประกอบการน่าจะหนักใจมากกว่า อย่างไรก็ตาม ประเด็นอยู่ที่ว่า เขาไม่เคยมีนักออกแบบมาร่วมงาน การมีนักออกแบบจะเข้ามาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ๆ ซึ่งผมคิดว่า ตรงนี้จะสนุกมากขึ้น ผมพยายามเอาสิ่งที่เขามีอยู่ไปสร้างมูลค่าให้เพิ่มขึ้น ทำให้เห็นว่า สิ่งที่เขามีอยู่ มันมีคุณค่า”

 

 

- คุณเดชา อรรจนานันท์ จากแบรนด์ THINKK STUDIO

 

“ผมมองว่าความท้าทายก็คือ เราต้องเข้าไปดูก่อนว่า ผู้ประกอบการเองเขามีอะไรเป็นสิ่งที่เขาถนัดอยู่แล้ว หรือมีวัสดุอะไรที่เขาใช้เป็นประจำ แล้วเราจะพลิกตรงนั้นมาเป็นโปรดักต์หรือผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมหรือผู้บริโภคต้องการได้อย่างไร อันนี้คิดว่าน่าจะเป็นความท้าทายของเรา

 

เทรนด์ของ Upcycling สำหรับผม จริงๆ มันมีคนทำมานานมากแล้ว เพียงแต่ตอนนี้มันกำลังเป็นที่สนใจของผู้บริโภค ซึ่งเริ่มรู้จักดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้กระแสเริ่มติด ผมรู้สึกว่า ต่อไปมันจะกลายเป็นชีวิตประจำวันของคน มันจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ที่คนจะทำโปรเจคต์แบบนี้กัน”

 

- คุณพลอยพรรณ ธีรชัย จากแบรนด์ THINKK STUDIO

 

“พอดีนี่คือวันแรกที่เราได้พบกับผู้ประกอบการ ถ้าเราได้เข้าไปดูและได้เข้าไปทำความรู้จัก เราก็น่าจะได้รู้อะไรมากขึ้น แต่ตอนนี้ความท้าทายของเราก็คือ เราอยากทำของออกมาให้ใช้งานได้จริง ให้สามารถตอบโจทย์ได้ว่า พลาสติกมันไม่ใช่ตัวร้าย และเป็นของที่ทำให้คนอยากใช้ในระยะยาว ไม่ใช่แค่ใช้แล้วทิ้งไป เราอยากให้เรื่องของการ Upcycling อยู่คู่กับการใช้ชีวิตประจำวันไปเลย

 

สิ่งที่เห็นตอนนี้คือ เขาเหมือนมีพลังที่อยากทำให้อะไรๆ มันดีขึ้น เราต้องลงลึกในรายละเอียดกันว่า เราจะพัฒนาสินค้าไปเป็นอะไรต่อ แต่ยังไงก็คิดว่า อยากจะเพิ่มมูลค่าให้สินค้า ซึ่งแน่นอน เราไม่อยากทำให้มันเป็นแค่พลาสติก หรือให้เป็นคอนเทนเนอร์ธรรมดา เราอยากให้มันเป็นของที่คนจะใช้ได้ในระยะยาว”

 

 

- คุณยุทธนา อโนทัยสินทวี จากแบรนด์ The Remaker

 

“จริงๆ แล้ว ที่ผ่านมาผมเล่นกับวัสดุที่เป็นจำพวกขยะอุตสาหกรรม (Industrial Waste) มาตลอด และมันก็เป็นการออกแบบในเชิงแฟชั่นด้วย พอมาเจอโปรเจ็คต์นี้ที่เป็นแบบ Industrial ล้วนๆ เลย ก็ค่อนข้างท้าทายพอสมควร สิ่งที่สำคัญก็คือว่า การที่เอาขยะพลาสติกที่เหลือจากโรงงานอุตสาหกรรมมาใช้ มันไม่ใช่แค่ทำงานอาร์ตอย่างเดียว แต่มันต้องมองในเรื่องของศักยภาพด้วย เราจะทำอย่างไรให้ 2 บริษัทที่เราเข้าไปช่วยเขาทำผลิตภัณฑ์ขึ้นมาจากขยะแล้วตอบโจทย์ในเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งอันนี้เป็นความท้าทายพอสมควร

 

ยอมรับเลยว่า นี่เป็นเรื่องหนักใจเหมือนกัน เพราะส่วนตัวผมไม่ค่อยได้รับงานที่ปรึกษาสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเล่นกับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ทำแบรนด์ของตัวเองมากกว่า อย่างไรก็ดี การได้เข้าร่วมเป็นที่ปรึกษาในโครงการนี้ก็นับเป็นเกียรติและเป็นความท้าทายครับ

 

ส่วนประเด็นเกี่ยวกับการ Upcycling นั้น ผมคิดว่า ทุกวันนี้ทุกคนเปิดรับเรื่องดังกล่าวกันหมดแล้ว เพียงแต่ว่า ปัจจุบันผู้คนจะยอมทำตาม หรือว่าใส่ใจและให้ความร่วมมือกันมากน้อยแค่ไหน โดยส่วนตัว ผมเชื่อว่า ในอนาคตเรื่องนี้จะอยู่กับเราไปยาวๆ แน่นอน เนื่องจากอุตสาหกรรมในปัจจุบัน มันทำลายสิ่งแวดล้อมมาก พอทำลายมากก็จะเกิดกระแสตีกลับ ที่ทุกคนจะช่วยกันรณรงค์ ฉะนั้น ในภายภาคหน้า เรื่องการใส่ใจสิ่งแวดล้อม เรื่องการ Upcycling จะไม่ใช่เรื่องไกลอีกต่อไป”

 

 

- คุณรติวัฒน์ สุวรรณไตรย์ จากแบรนด์ Openbox

 

“ความท้าทายส่วนตัวกับโครงการนี้ก็คือ งานที่เราทำมันเป็นงานชิ้นใหญ่ วัสดุก่อสร้างเป็นของที่ใช้ทรัพยากรเยอะเป็นปกติอยู่แล้ว ดังนั้น มันจึงเป็นทั้งความท้าทายที่เป็นข้อดีในตัวเอง กล่าวคือ ตอนนี้เรายังไม่รู้เราว่า เราจะทำอะไรตรงไหนได้บ้าง แต่เรารู้ว่า ถ้าเกิดทำได้ มันจะส่งผลมากมาย เพราะปริมาณของการเปลี่ยนการ Upcycling มาใช้ มันจะทำได้เยอะกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดเล็ก ด้วยเหตุนี้ มันจึงเป็นงานที่ผมสนใจเป็นพิเศษ

 

สำหรับผมแล้ว เรื่องการ Upcycling มันไม่ใช่กิมมิค มันเป็นเรื่องของธรรมชาติ หมายความว่า วัสดุบางอย่างมันมีการใช้งานที่เฟ้อ คือ เศษขยะเหลือมาก จนต้องเกิดระบบบางอย่างที่ทำให้ตัวมันเองกลับมามีประโยชน์ได้อีกครั้ง ในวิชาชีพของผม มันเป็นวิชาชีพที่ต้องใช้ทรัพยากร ดังนั้น ผมถือว่า การ Upcyclingเป็นของที่ผมติดตามข่าวสารอยู่ตลอด แล้วก็รู้ว่าในโลกก็มีไอเดียใหม่ๆ เกิดอยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน เพียงแต่ในประเทศเรามันไม่ได้ขาดไอเดีย แต่มันขาดภาวะบีบคั้นที่มากพอ เพราะเรายังไม่ได้เห็นปัญหามากเพียงพอ มันก็เลยยังไม่ได้เกิดขึ้นมา

 

อย่างที่ 2 ก็คือ มันยังขาดศักยภาพที่ดี ถ้าศักยภาพดีเมื่อไหร่ มันก็จะส่งผลให้เกิดความต้องการขึ้นมาเอง ด้วยเหตุนี้ ผมจึงคิดว่า การที่บริษัทใหญ่ๆ อย่าง GC มาสนับสนุน ก็จะทำให้เกิดทั้งศักยภาพและความต้องการที่มากขึ้น”